!! about me !!

รูปภาพของฉัน
ขอบคุณสรวงสวรรค์ ให้เราได้เจอะกัน ขอบคุณคนๆ นั้น ที่ทำให้ฉันได้พบเธอ ขอบคุณทุกเรื่องราว ต้นเหตุที่ในวันนี้ฉันนั้นได้เจอ เธอ "สุดทิ่รั๊ก"

วันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ประเพณีบุญบั้งไฟ^^




ประเพณีงานประเพณีบุญบั้งไฟ จะจัดให้มีขึ้นในวันเสาร์-อาทิตย์ ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคมของทุกปี
โดยแต่เดิมมีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งแสดงออกถึงความ สามัคคีของหมู่คณะและมีความเชื่อว่าเมื่อจัดงานนี้แล้ว เทพยดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายจะดลบันดาลให้มีฝนตกต้องตาม ฤดูกาลทำให้พืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2522 ทางเทศบาลเมืองยโสธร และคณะกรรมการจังหวัด ยโสธร ได้ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดงานประเพณีบุญบั้งไฟขึ้น เพื่อส่งเสริมและเผยแพร่ประเพณีนี้ให้แพร่ หลายยิ่งขึ้น ทั้งในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยกำหนดวันงานแน่นอนทุกปี บั้งไฟแต่ละอันที่มาเข้าขบวน แห่ จะถูกตกแต่งประดับประดาอย่างสวยงามด้วยลวดลายไทยสีทอง ว่ากันว่าศิละปะการตกแต่งบั้งไฟนี้ นายช่างจะต้อง สับและตัดลวดลายต่าง ๆ นี้ไว้เป็นเวลาแรมเดือนแล้วจึงนำมาทากาวติดกับลูกบั้งไฟ ส่วนหัวบั้งไฟนั้นจะทำเป็นรูปทรงต่าง ๆ ส่วนมากนิยมทำเป็นรูปหัวพญานาคอ้าปากแลบลิ้นพ่นน้ำได้ บ้างก็ทำเป็นรูปอื่น ๆ แต่ก็มีความหมายเข้ากับตำนานในการขอ ฝนทั้งสิ้น ตั้วบั้งไปนั้นจะนำไปตั้งบนฐาน ใช้รถหรือเกวียนเป็นพาหนะนำมาเดินแห่ตามประเพณีครับ บั้งไฟที่จัดทำมีหลายขนาดคือ มีทั้งบั้งไฟกิโล บั้งไฟหมื่น และบั้งไฟแสน บั้งไฟกิโลนั้นหมายถึง น้ำหนักของดินประสิว 1 กิโลกรัม บั้งไปหมื่นก็ใช้ดินประสิว 12 กิโลกรัม บั้งไปแสนก็ใช้ดินประสิว 10 หมื่น หรือ 120 กิโลกรัม เมื่อตกลงกันว่าจะทำ บั้งไฟขนาดไหนก็หาช่างมาทำหรือที่มีฝีมือก็ทำกันเอง ช่างที่ทำบั้งไฟนั้นสำคัญมาก ช่างจะต้องเป็นผู้ที่มีฝีมือในการคำนวณ ดินประสิวกับถ่านไม้ เพราะถ้าไม่ถูกสูตรบั้งไฟก็จะแตก คือไม่ขึ้นสู่ท้องฟ้า สำหรับไม้ที่จะทำเป็นเสาบั้งไฟนั้น ต้องเป็นไม้ไผ่ ที่มีลำปล้องตรงกันเสมอกัน จะตัดเอาแต่ที่โคนต้น เพราะมีความหนาและเหนียว ความยาวนั้นแล้วแต่จะตกลงกัน สำหรับขบวน เซิ้งบั้งไฟนั้น มีความยาวหลายกิโลเมตรครับ ในวันรุ่งขึ้นเป็นการจุดบั้งไฟ จะมีการแบกบั้งไฟไปยังฐานยิงในที่โล่ง ถ้าบั้งไฟ ของใครจุดแล้วยิงไม่ขึ้น คนทำจะถูกจับโยนลงในโคลน ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติกันมา

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น